บันทึก

posted on 01 Jun 2013 15:49 by ramone
.
 
 
วันที่ 13 ธันวาคม 2518
 
ผมอยู่บนรถไฟขบวน 422 สุรินทร์ - กรุงเทพ เครื่องยนตร์ดีเซล
 
และขณะที่ความมืดปกคลุมภายนอกตัวรถไฟ ผมนั่งอยู่คนละฝั่งกับคนที่ผมต้องนำไปส่งในที่แห่งหนึ่ง
 
แล้วถ้าผมบอกว่าผมเป็นพนักงานในกรมราชทัณฑ์ ผมคงไม่ต้องบอกคุณว่าคนที่ผมต้องนำไปส่งเป็นใคร
 
เสียงรถไฟมีสเน่ห์ของมัน เพราะเมื่อมันเคลื่อนตัว จังหวะของเครื่องยนต์จะทำงานและเกิดเสียงที่เด็กๆเราจะออกเสียงตามกันว่า ฉึก กะ ฉัก แต่ผมไม่ได้ยินแบบนั้น มันเป็นอีกเสียง ที่ผมคิดว่าเป็นเสน่ห์ของมัน เพราะหากเราเผลอคิดอะไรบางอย่าง เสียงนั้นจะหายไป เพียงแต่ผมไม่รู้จะเขียนเสียงนั้นออกมาได้ยังไง
 
กลับมาที่ๆผมอยู่ ผมนั่งอยู่ที่โบกี้พิเศษ ซึ่งมีเพียงผมกับเขา ที่ถึงแม้จะเรียกว่าเป็นโบกี้พิเศษ แต่ก็ไม่ได้แตกต่างกับโบกี้อื่นๆแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นโบกี้สำหรับให้ผมพาเขาไปส่งที่ตัวจังหวัดเท่านั้น
 
ผมมองสังเกตเขาหลายครั้ง เพราะเราต่างนั่งตรงข้ามกัน เขาเป็นวัยรุ่นอายุไม่น่าจะเกิน 23 แต่ภาพลักษณ์ภายนอกฟ้องว่าเขาน่าจะไม่ใช่คนดี ทั้งรอยสักที่แขนทั้งสองข้าง หน้าเข้ม ผิวแดงดำ และแววตาที่ดูลุกลี้ลุกลนในบางครั้ง ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจเท่าไร เพราะจากวีรกรรมต่างๆที่เขาสร้างก่อนหน้านี้ คงทำให้เขากลัวว่าเขาอาจจะต้องไปอยู่ในคุกที่เขาไม่คุ้นเคยและไม่รู้ว่าจะเป็นเวลาเท่าไร
 
 
ก่อนหน้าที่ผมจะมารับตัวเขา ผมได้ตรวจสอบประวัติของเขามาบ้าง เขาชื่อ แสน ฐานะที่บ้านยากจน อาศัยอยู่กับยายชรา ไม่มีอาชีพ ชอบตีไก่ หาเงินจากการลักเล็กขโมยน้อย แถมระรานชาวบ้านบ่อยๆ มีเรื่องต่อยตีประจำ เข้าคุกมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ด้วยข้อหาเดิมๆ ขโมยไก่คนอื่น ทะเลาะวิวาท ขโมยของร้านค้า ซึ่งข้อหาเหล่านั้นล้วนจับกุมเขาได้ไม่นาน  สิบวัน สิบห้าวัน ก็ออกจากคุก มาระรานชาวบ้านให้เป็นที่เดือดร้อนอยู่เป็นประจำ
 
แต่คราวนี้อาจจะเป็นคราวซวยของเขา ที่เกิดไประรานผิดคน เพราะเขาไปทำให้หน้าของหลาน สส. ในอำเภอดั้งหัก ด้วยเข่าที่เขาประเคนให้ เหตุเพราะเขาบอกว่ามันมองหน้ากวนตีน
 
จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ผม ที่ต้องพาเขามาบนขบวนรถไฟแห่งนี้
 
เสียงหวูดรถไฟดังยาว ผมมองไปที่ข้างทาง รถไฟเคลื่อนตัวผ่านสะพานสีดำ เกิดเสียงลมดังสนั่น เกือบจะถึงที่หมายแล้ว ผมควรจะเตรียมพร้อม
 
"พี่ครับ ผมจะได้ออกมาวันไหนครับ" เสียงเขาทักขึ้น เป็นครั้งแรกที่เกิดบทสนทนา ระหว่างที่เราเดินทาง
 
"ไม่รู้เหมือนกัน" ผมตอบเพียงแค่นั้น
 
หน้าเขาหม่นลงไปเล็กน้อยและมองออกไปยังความมืดมิดนอกหน้าต่าง
 
"เดี๋ยวจะถึงแล้วนะ เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะต่อจากนี้ยังต้องเดินทางอีกไกล เดี๋ยวจะยุ่งยาก"
 
ผมเตือนเขา
 
เขาลุกออกไปเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่าย ไม่เหมือนกับที่ใครๆให้ฉายาว่าเป็นเดนสังคม
 
เขาเดินเข้าห้องน้ำไปแล้ว ผมค่อยๆเดินตามไปหยุดที่หน้าประตูห้องน้ำ
 
เสียงฉี่
 
เสียงกดน้ำล้างโถฉี่
 
เสียงน้ำจากอ่างล้างหน้า
 
เขาเปิดประตูออกมา
 
ผมเอาปืนจุด 38 จ่อไปที่หน้าผากของเขา
 
สีหน้าเขาเหือดแห้ง พูดอะไรไม่ออก
 
ผมบอกเขา "เดินออกมาแล้วตรงไปที่ด้านหลัง"
 
เขายกมือขึ้นสุดแขน น่าจะยังช็อกกับเหตุการณ์ที่เห็น ผมเอาปืนจี้หลังเขาไว้ตลอดเวลา เมื่อใกล้จะถึงประตูระหว่างโบกี้ เขาถามเสียงสั่นเครือ
 
"พี่... พี่.. จะยิงผม...จริงๆเหรอ"
 
"บอกให้เดินตรงไป" ผมบอกแค่นั้น
 
เขาพยายามจะหยุดเดินหลายครั้ง ผมทั้งกระแทกและผลัก จนกระทั่งเขามานั่งอยู่ตรงทางขึ้นรถไฟระหว่างโบกี้
 
"พี่ครับ ผมขอโทษ ผมผิดไปแล้ว ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ เรื่องเหี้ยๆผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ" เสียงเขาสั่นกว่าเจ้าเข้า
 
ผมเอากระบอกเก็บเสียงเสียบเข้ากับปลายปืน เพราะเสียงรถไฟคงกลบเสียงปืนไม่ไหว
 
"จริงๆนะพี่ ถ้าพี่ไม่ฆ่าผม ผมจะไปกราบตีนไอ้หลาน สส. คนนั้นเลยพี่ จะให้มันทำยังไงกับผมก็ยอมพี่ นะพี่นะ ผมให้มันกระทืบจนกว่ามันจะพอใจก็ได้พี่ หรืออะไรก็ได้พี่ ผมสัญญา นะพี่นะ อย่ายิงผมเลย"
 
ผมมองแผ่นหลังของมันที่สั่นเกร็งแล้วค่อยๆก้มลงคุย
 
"พี่จะบอกอะไรให้นะ จริงๆแล้วไม่ใช่เฉพาะ สส. หรอก ที่เขาให้สั่งเก็บ ชาวบ้านแถวนั้นเขาก็ไหว้วานมาอีกที ว่าให้จัดการให้หน่อย คิดง่ายๆนะ จับเอ็งไปแล้วได้อะไรขึ้นมา ที่นอนในเรือนจำก็เปลืองขึ้น ข้าวก็เปลืองขึ้น ดูแลก็ยากขึ้น คดีแบบเอ็งหน่ะ อยู่ไม่เกินเดือนก็ออกมาทำให้ชาวบ้านเขาเดือดร้อนอีก ไม่ใช่ว่ากลับไปแล้วเอ็งจะทำอะไรให้มันดีขึ้น จริงไหมล่ะ วิธีนี้เลยเป็นวิธีที่ดีที่สุด ทั้งฝั่งของพี่และฝั่งของชาวบ้าน ถูกไหม ?"
 
เขาพยายามจะหันกลับมา เพื่อพูดอะไรสักอย่าง ผมใช้ปืนจี้ที่หัวให้หันกลับไป เสียงเขาละล่ำละลักขึ้นมาอีก
 
มันเป็นเสียงที่ผสมน้ำตา
 
"ผมขอโทษ ผมต้องการโอกาส พี่อย่าฆ่าผมเลย นะพี่นะ"
 
ผมจับใจความได้เท่านี้
 
ที่เหลือเป็นเสียงสะอื้นที่จับไม่ได้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร
 
ผมยืนมองแผ่นหลังของเขา
 
ผมลดปืนลง
 
และนั่งคุยกับเขาอีกครั้ง
 
"โอเค งั้นฟังให้ดี"
 
เขาพยายามกลั้นสะอื้น
 
"พี่มีทางเลือกให้ ถ้าเอ็งยังอยากมีชีวิตอยู่ อีกห้านาทีจะถึงสถานีรถไฟ เอ็งลงไป แล้วห้ามกลับมาที่อำเภอของเอ็งอีกหรือห้ามทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องเหี้ยๆที่เอ็งเคยทำหรือแม้แต่ให้ใครสักคนเห็นหน้าว่าเอ็งยังมีชีวิตอยู่ ถ้าพี่รู้ว่ามีคนรู้ว่าเอ็งยังไม่ตาย พี่จะฆ่ายายเอ็ง แล้วค่อยไปฆ่าเอ็ง ตกลงไหม"
 
แผ่นหลังนั้นค่อยๆขยับเป็นสัญญาณว่าตกลง
 
และเสียงสะอื้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
 
จนกระทั่งรถไฟเทียบชานชลา
 
เขาเดินลงไปจากตัวรถอย่างอ่อนล้า
 
ผมมองตามจนลับสายตา
 
ผมกลับมานั่งทบทวน
 
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก
 
น่าจะครั้งที่ 5 - 6
 
เพราะวิธีการทำให้คนกลับใจไม่ง่าย
 
แน่นอน ผมไม่เคยฆ่าใคร เพียงแค่ขู่เท่านั้น
 
และตั้งแต่ที่ทำมา ก็ไม่เคยเกิดเหตุอะไรที่ทำให้ผมเดือดร้อน
 
เพราะหากพวกนั้นคิดแค้นหรืออยากกลับมาทำร้ายผม
 
ผมก็เชื่อว่าคนเลวแค่ไหนก็รู้จักรัก
 
คนที่เขาให้ความสำคัญ
 
และกลัวว่าภัยจะเกิดขึ้น
 
ด้วยเขาเป็นต้นเหตุ
 
.
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

You are busy and don’t have the faintest idea how to complete your Law essay, buy it from the most reliable organization and you will never be sorry.

#4 By Comparison Essay (31.184.238.73) on 2013-09-15 22:55

Don't want to become embarrassed anylonger? Have got difficult papers to create? Do not get even a right way to start? Do not worry so much and just <a href="http://www.supreme-essay.com/buy-affordable-research-paper.html">buy affordable research paper</a>!

#3 By GARNERSUSANNA18 (31.184.238.73) on 2013-09-13 00:26

จอมพิมพ์คำว่าเสียงว่า glup'

#2 By ทักษิณร่างอินเตอร์เนท (103.7.57.18|223.207.107.179) on 2013-06-02 00:27

question

#1 By mtkl (103.7.57.18|223.205.103.32) on 2013-06-01 21:10