เพราะกูเป็น King of the Hustle

posted on 10 Aug 2012 11:53 by ramone directory Entertainment, Diary, Idea
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
KH = King of the Hustle
 
A.K.A. ของขันเงิน เสาหลักแห่ง Thaitanium
 
ทำไมผมถึงให้ชื่อเขาว่าเป็นเสาหลัก
 
จากประวัติของวง Thaitanium ที่ยาวนานเป็นเวลากว่า 10 ปี
 
แรกเริ่มคือ ขันเงิน เมื่อเดินทางไปอยู่ที่ New York เขาก็เริ่มทำงานที่ห้องอัดแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นก็รับงาน Mix เพลง ทำ Beat เพลงไปด้วย จนกระทั่ง Way สมาชิก Thaitanium อีกคนหนึ่ง ที่กำลังอยากทำเพลงเป็นของตัวเอง จึงให้ขันเงินช่วยทำบีทเพลงให้ เมื่อขันเงินได้ทำเพลงให้ Way แล้วใส่ท่อนร้องไปบางส่วน Way จึงสนใจให้ขัน มาร่วมทำเพลงด้วยกันไปเลย จนไปชักชวน Day ให้มาทำเพลงร่วมกัน เพราะ 3 คน กำลังพอดีกับการร่วม Rap ในแต่ละบทเพลง
 
นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ ทั้ง 3 นัก Rap แห่งวง Thaitanium
 
และหากใครเคยได้ฟังเพลงของพวกเขาในอับั้มบุกเบิกช่วงแรก ตั้งแต่ Thai Rider จะพบว่าพวกเขาต่างพรรณนาถึงความยากลำบากในการทำเพลง
 
ต้องกลับมาดูพื้นเพของแต่ละคนกันก่อน
 
ขันเงิน -  เคยเรียนอยู่ที่ซานฟานซิสโก ทำปาร์ตี้ HipHop ที่นั่น เมื่อกลับมาเมืองไทยก็ต้องการวิ่งตามความฝัน เขาออกอัลบั้มเพลงกับ ที [A.K.A. BMT] ซึ่งก็ไม่ได้เป็นอย่างใจหวัง เขาจึงกลับมา New York เพื่อทำเพลงอย่างที่ตัวเขาต้องการ
 
เดย์ -  รู้จักกับขันตั้งแต่ร่วมทำ ปาร์ตี้ Hip Hop และร้างลากันไปเมื่อกลับไทยและเมื่อ ขัน ชวน เดย์กลับมาทำเพลงร่วมกันอีกครั้ง เดย์จึงเดินทางไปยัง New York
 
เวย์ - เป็นเด็ก New York ตั้งแต่เกิด กลับเมืองไทยมาได้ออกอัลบั้มกับ Teenage Grade A ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆกันจนกระทั่งเวย์ กลับไปไล่ตามความฝันที่ NewYork และได้พบกับขัน จนเกิดเป็น Thaitanium
 
ดูจากพื้นฐานของแต่ละคนบอกถึงอะไรได้บ้าง
 
พวกเขาอยู่เมืองไทยก็คงไม่ลำบากอะไร ทำไมถึงยังต้องดิ้นรนไปทำเพลงกันถึงเมืองนอก เมืองนา
 
เพราะจากการที่ทางบ้านส่งให้เรียนได้ถึงขนาดนั้น ย่อมแปว่าพวกเขาไม่ได้มีชีวิตลำบากอะไร หากยังใช้ชีวิตสบายๆอยู่ที่นี่
 
แต่พวกเขาเปล่า
 
บทเพลงพวกเขาในช่วงเหล่านั้นส่วนใหญ่จึงพูดถึงความลำบากในการสู้ชีวิตและดิ้นรน
 
ที่ผมบอกถึงเรื่องเสาหลักของวงนั่นก็เพราะ ขันมักเป็นผู้ทำ Beat และแนะนำไอเดียเพลงต่างๆมาเสนอทางวงและขับเคลื่อนมันไปในทิศทางเดียวกัน
 
 
แต่ที่ผมนับถือเป็นการส่วนตัวนั่นมาจากฝีปากที่มีชั้นเชิง
 
โครตพ่อแห่งการมีชั้นเชิง
 
เพราะในการ Rap ผมมองว่าไม่ใช่ใครที่หาคำด่าที่เจ็บแสบแค่ไหนมาด่าผู้ต่อสู้หรือรวมไว้ในบทเพลงจะเป็นคนที่เก่ง
 
คนที่เก่งคือคนที่มีชั้นเชิงภาษาจิกกัดหรือลูกล่อลูกชนในการผสมบทกวี
 
ลองมาดูตัวอย่างกัน
 
 
 
- แบก hip Hop ไว้บนหลังแล้ววิ่งทะุวงการเพลง กูนี่แหละจะพาพวกมึงทะลุ นักวิจารณ์เอง
 
ถ้ากูผิดกูยอมโดนทรมานเอง ถ้ากูถูกเขาคงจารึกกูลงตำนานเอง ว่ากูชำนาญเพลง - [R.A.S.]
 
 
 
- กูเชื่อชีวิตกูนี้กูเกิดมาใช้กร­รม และอีกอย่างที่กูเชื่อ

พระเจ้าให้เกิดมาใช้คำ เพราะทุกๆคืนสวดมนต์น่ะเหมือนมี­ท่านมาแนะนำ

สั่งสอนพระธรรม  มองให้ทะลุด้วยตาดำ และก็จำ

เหมือนท่านให้บอกลูกหลายต่อๆไป ว่าชีวิตนี้มันทุกทน ก็จงอดทนและพยามเข้าใจ

อย่าหนีความจริง และพยามเข้าไป

ปล่อยวางทุกสิ่งและลองมองหา something ข้างใน - [Keep my head 2 da sky]

 
 
- ตอนนี้ Hip Hop มันดัง กูเลย บิณฑ์ เหมือนบรรลือฤทธิ์ ปีกกูเริ่มใหญ่ไม่เกรงใจจะกระพือ Shit - [Doown]
 
 
ความคมคายที่มีส่งให้เขากลายเป็นโครตนัก Rap ในปัจจุบัน
 
หลายคนอาจเถียงว่ามีอีกลากหลายคนที่อาจจะเก่งกว่า ดีกว่า
 
Fucking Hero , Illslick , Thaiblood . . ..
 
ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน อย่างไร
 
แต่การทำเพลงที่ทำเงินเป็นเวลากว่า 10 ปีบอกอะไรได้หลายอย่าง
 
บนเส้นทางที่อย่าพูดถึงกลีบกุหลาบเลย
 
พวกเขาเคยอุดอู้อยู่ใต้ถุนบ้านใน NewYork เพื่อทำเพลงแทนที่จะนั่งกินเหล้าในร้านใหญ่และอึ๊บสาวไปวันๆในกรุงเทพ
 
ผมเชื่อว่าศิลปะคือการทำซ้ำจนชำนาญ
 
Hustle ในแสลง Rap หมายถึง นักสู้ , ผู้ไม่ยอมแพ้
 
แล้วเขาก็มาถึงจุดนั้นได้จริงๆ
 
ถึงแม้ปัจจุบัน Hip Hop under Ground มีเห็นให้กันมากมายในโลกอินเตอร์เน็ท
 
แต่ผมก้ยังยืนยังว่า มองไม่เห็นพวกเขาสักนิดเลย
 
ถ้าตามสายตาของ ขันเงิน
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet