be quiet and drive

posted on 05 Aug 2012 10:11 by ramone
 
 
ผมชอบขับรถเล่น
 
ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด 
 
ทุกครั้งที่ออกมาหน้าบ้านแล้วรู้สึกว่าแดดกำลังอ่อนได้ที่พอไม่ทำร้ายผิวหนังหยาบกร้านของผม
 
ผมก็จะขับรถเล่น
 
ขับไปมั่วๆโดยไม่รู้ว่ามันจะโผล่ที่ไหนยังไง เพียงแต่วางเส้นทางไว้คร่าวๆ พอกลับบ้านถูกหรือไม่หลงไปในอำเภอหรือจังหวัดอื่นๆ
 
ด้วยมอเตอร์ไซค์ wave คันเก่าที่ไฟหน้าไปสวรรค์เรียบร้อยกับท่อเสียงแผดดังกว่ารถมอเตอร์ไซค์ทำท่อของหลายๆคน
 
ผมแค่รู้ว่าต้องขับไปเรื่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าจะขับไปไหน
 
วันดี คืนดี ขับไปก็นึกถึงเพื่อนเก่าก็แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนบ้าง จากที่ผมเป็นฝ่ายมาถูกเยี่ยมและประณามว่าเป็นมนุษย์ถ้ำผู้ไม่สุงสิงกับใคร
 
ระหว่างที่ขับ ผมมักได้คุยกับตัวเองมากขึ้น
 
จนบางครั้งคุยและคิดไปในขณะเดียวกัน ว่าทำไมปัจจุบันผมถึงคิดอะไรไม่ค่อยจะออก
 
หรือผมอาจะคุยกับตัวเองน้อยเกินไป
 
ผมเคยต้องคุยกับตัวเองแทบทุกวัน ในสมัยเรียนมัธยม
 
ผมอาศัยอยู่ในอำเภอที่ห่างไกลจากโรงเรียนประมาณ 40 กิโลเมตร ผมจึงต้องนั่งรถโดยสารประจำทางเพื่อมาโรงเรียนโดยใช้เวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมงในการเดินทาง
 
นั่นแปลว่าทั้งขาไปและกลับ ผมต้องนั่งหรือคนเดียวประมาณวันละ 2 ชั่วโมง
 
ในขณะที่ผมยังใส่ขาสั้นสีน้ำตาลอยู่นั้น ผมเบื่อช่วงเวลา 2 ชั่วโมงแห่งการเดินทาง
 
รถเคลื่อนตัว รถจอด คนขึ้น รถเคลื่อนตัว รถจอด คนลง รถเคลื่อตัว รถจอด . . . . . . . .
 
เป็นการวนเวียนในระบบรถโดยสารที่ผมเห็นประจำและเปล่าใส่ใจ
 
แต่สิ่งที่ผมได้จากการยืนๆนั่งๆนั้นที่ผมไม่เคยรู้ตัวเลย
 
นั่นก็คือผมได้คุยกับตัวเองทุกวันเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
 
ระหว่างนั้นผมได้คิดไตร่ตรอง เพ้อฝัน ตรวจสอบตัวเอง คิดถึงสิ่งที่จะทำต่อ รวมถึงอ่านหนังสือและฟังเพลง
 
ผมสนุกกับการได้คิด
 
ซึ่งปัจจุบันมันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะมีสติและคุยกับตัวเอง เพียงแต่ตามหลักของพุทธเขาเรียกกันว่าการทำสมาธิ
 
ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วผมก็ไม่เคยได้ปฏิบัติสมาธิกับเขาเลย
 
ทั้งที่รู้ว่าสติมาปัญญาเกิด
 
แต่ผมก็เบี่ยงเบนตัวเองเป็นการไปขับมอเตอร์ไซค์ตากลมแทน
 
ถึงแม้มันจะไม่เทียบเท่ากับการได้นั่งมองอะไรไปเรื่อยๆอย่างตอนนั่งบนรถโดยสารกว่า 2 ชั่วโมง
 
แต่ก็พอช่วยให้ได้คิดอะไรบ้าง
 
ซึ่งจริงๆมันน่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ
 
เพราะผมเพียงพาตัวเองออกจากสิ่งที่เย้ายวนใจในการฆ่าเวลา
 
เกมส์ เหล้า ไพ่ อินเตอร์เน็ต
 
มีคนบอกว่าหากเราทำอะไรเป็นประจำ 3 เดือนติดต่อกันมันจะกลายเป็นนิสัย
 
และอาจจะคลืบคลานจนเป็นสันดาน
 
ผมก็อยากจะให้อะไรดีๆกลายเป็นสันดานของผม แต่คงยากกว่าเข็นครกขึ้นเนิน
 
แต่อย่างน้อยผมก็จะพยายามออกห่างสิ่งสมมุติและความสุขชั่วคราว 
 
แต่ไม่ได้หมายถึงผมจะปฏิบัติธรรมเพื่อการหลุดพ้นหรืออะไรเหล่านั้น
 
ผมเพียงแต่ต้องอยู่กับตัวเองมากขึ้น
 
เพื่อตอบคำถามตัวเองมากกว่าตอบคำถามคนอื่น
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet