The Thief

posted on 14 May 2012 14:06 by ramone
เอนก ค่อยๆแปะสก็อตเทปบนกระจกอย่างช้าๆ ภายใต้ท้องฟ้าสีดำ
 
แต่ตัวเขาเองกลับรำคานถุงมือที่ใส่แล้วทำให้แปะมันได้ยากกว่าปกติ 
 
เมื่อแผ่นสก็อตเทปติดแน่นและเยอะพอ เขากระทุ้งศอกยำ้ไปที่เดิม 2-3 ครั้ง กระจกก็ค่อยๆแยกออกจากกัน แต่ไม่เกิดเสียงรบกวนใครที่หลับนอนในละแวกใกล้เคียง
 
เขาพุ่งตัวเองเข้าไปตามช่องหน้าต่าง เงียบเชียบ หยิบไฟฉายที่พกมาแล้วใช้งานมัน แสงที่ส่องออกมานำให้เห้นภายในบ้านที่เขาเพิ่งพาตัวเข้ามา
 
บ้านหลังนี้ไม่แตกต่างจากบ้านที่เขาเคยรุกล้ำเท่าไร เฟอร์นิเจอร์ทั่วไปของพนักงานเงินเดือนที่อายุงานไม่ตำ่กว่า 5 ปี ประกอบไปด้วย ทีวี32 นิ้ว โซฟาขนาดพอเหยียดขานอนดูหนังหรือจะทำทะลึ่งกับแฟนสาวก็น่าจะพอได้ ตู้เย็น ขนาดกลาง และของตกแต่งธรรมดาตามมีตามเกิด
 
เขาเริ่มเดินสำรวจตัวบ้าน นี่เป็นบ้านกึ่งไม้กึ่งปูน 2 ชั้น และจากสิ่งของในบ้าน เอนกเดาว่าคงมีคนอยู่ที่นี่อย่างน้อย 2 คน หนึ่งน่าจะเป้นชายที่เขาเฝ้าสังเกตุก่อนที่จะทำการรุกล้ำ เขาชื่อ ชาย พนักงานธนาคารธรรมดา ที่ตอนนี้น่าจะไปพักผ่อนที่ไหนสักที่ ตามที่เขาเก็บข้อมูลมา ว่าทุกเสาร์ - อาทิตย์ ที่นี่จะปราศจากผู้คน
 
แต่อีกหนึ่งที่เขาไม่เคยพบ เป็นหญิงสาวหน้าสวย ซึ่งน่าจะเป็นแฟนกัน แต่คงไม่ได้อยู่ร่วมบ้าน
 
เอนก สะบัดหัวแล้วเพ่งสมาธิ เขาควรที่จะรีบหาสิ่งของที่พอจะทำเงินได้จากการเอาไปขาย อะไรก็ได้ เงินสด ทอง โทรศัพท์ รองเท้า เสื้อผ้า กางเกงใน
 
 เอนกเดินขึึ้นไปชั้นสอง ซึ่งมีห้องอยู่ห้องเดียว เอนกเผิดออกอย่างตีนแมวมืออาชีพ เขาเดินเข้าไปพร้อมไฟฉายแล้วรีบตรงไปที่หน้าต่างหัวนอน เมื่อมองออกไปแล้วไม่เห้นใครเฝ้ามองอยู่ เข้าปิดไฟฉายแล้วเปิดไฟในห้อง
 
เมื่อดวงตาเขาชินกับแสงนีออน เขาก็พบเพียงเตียงนอนธรรมดาที่รกอย่างไร้คนดูแล ตู้เสื้อผ้า กีต้าร์เก่าๆ โน้ตบุ๊ค และ เครื่องเสียงขนาดใหญ่ เขาค่อยๆเดินสำรวจอย่างละเอียด เขาเริ่มจากหัวเตียง แต่แล้วก็เห็นกระดาษที่ถูกแปะไว้บนนั้น เขาค่อยๆอ่านออกเสียง
 
"แปดจุดศูนย์ศูนย์ cd แผ่นที่หนึ่ง ตอนเช้า" 
 
เอนกสงสัย แล้วลองเดินมาที่เครื่องเสียง ข้างๆตัวเครื่องเสียงนั้นมี CD วางเรียงอยู่หลายแผ่น เขาค่อยๆมองหาแผ่นเสียงที่ต้องการ เขาลองรื้นดูก็พบแผ่นที่เขียนไว้ว่า "1. ตอนเช้า" เขารีบเปิดเครื่องเสียงและใส่แผ่นซีดีลงไป เครื่องใช้เวลาอ่านสักพักและเริ่มทำงาน เอนกค่อยเดินสำรวจตัวห้องต่อ พร้อมรอฟังเสียงจากลำโพง
 
"ตื่นแล้วใช่ไหมชาย อย่ามัวงัวเงียซิ รีบไปอาบน้ำได้แล้ว แต่อย่าลืมเอาขนมปังไปอบไว้ก่อนละ  อาบเสร็จจะได้มากินพอดี เสื้อผ้าล่ะ รีดไว้หรือยัง รีบแต่งตัวเข้าด้วยล่ะ เดี๋ยวก็ไปทำงานสายอีก ตั้งใจทำงานด้วยล่ะ อย่าให้หัวหน้าเขาดุอีก สู้ๆนะ นกเป็นกำลังใจให้ชายเสมอนะ"
 
เครื่องเล่นเงียบเสียง เอนกคิด นั่นเป็นเสียงของผู้หญิง ซึ่งน่าจะเป็นเสียงของผู้หญิงในรูปที่ถ่ายกับเจ้าของบ้าน เธออาจจะอยู่ไกลกัน จึงอัดเสียงเอาไว้ เอนกอยากถุยน้ำลายลงพื้นเพื่อเย้ยหยัน แต่กลัวตำรวจเข้ามาตรวจสอบแล้วเอาไปพิสูจน์จนเขาต้องโดนจับแบบในทีวี เอนกเลยกลืนนำลาย แล้วก่นด่าความโรแมนติกที่เขาเคยได้ยินแต่ไม่ได้รับสัมผัสนั้น
 
เอนกกองสิ่งของที่เขาพอจะขนกลับไปได้ลงกับพื้น โน้ตบุ๊ค นาฬิกา 2 เรือน แหวนทอง 
 
ก่อนออกไป เอนกหันมองเครื่องเสียงและเดินตรงเข้าไป เขายังสงสัยว่าทำไมต้องอัดเสียงพวกนั้นไว้มากมาย
 
เอนกรื้อแผ่นเสียงบนนั้น ทุกแผ่นมีตัวเลขและคำกำกับการใช้งาน
 
"18.ก่อนนอน"
 
"3. อาบน้ำ"
 
"12. วันหยุด"
 
"15. ทะเล"
 
และอีกหลายแผ่นจนเค้าเหนื่อยจะอ่าน
 
เอนกวางมันลงและสบถ "แม่ง โรคจิต"
 
เอนกเดินลงมาชั้นล่าง เปิดไฟ เขาค้นหาของมีค่าต่อ
 
เขาค้นข้างทีวีและบังเอิญเห็น CD วางอยู่ บนนั้นไม่มีตัวเลขแต่เป็นลายมือเดิม เขียนว่า "วีดีโอนกร้องเพลง"
 
เอนกมองออกไปข้างนอก เค้าชั่งใจ ระหว่างรีบค้นรีบไป กับเปิดดูว่าคนชื่อนกเป็นอย่างไร
 
เขาเปิดเครื่องเล่นแล้วยัดแผ่น CD เข้าไป
 
เอนกนั่งบนโซฟาแล้วจ้องมองทีวี
 
ภาพปรากฎเป็นหญิงสาวในรูป เธอนั่งยิ้มอย่างเขิลอาย แล้วพุดขึ้น
 
"วันนี้วันเกิดชายใช่ไหม นกเลยอยากโชว์พลังเสียงให้ฃายฟังสักหน่อย ทนๆฟังเอาหน่อยละกันนะ"
 
เธอพูดจบแล้วก็ร้องเพลง เอนกไม่รู้ว่ามันคือเพลงอะไร แต่หน้าตาของเธอบ่งบอกว่าเธอตั้งใจร้องมาก มากกว่าน้ำเสียงผิดเพี้ยนของเธอที่มีบ้างในบางช่วง เอนกนั่งมองแล้วคิดไปไกล ไกลถึงอุบล ไกลถึงอำเภอวาริณ 
 
เสียงที่เอนกเคยได้ยินแว่วเข้ามาแทนเสียงเพลง มันเป็นเสียงหัวเราะ เสียงหัวเราะของอีส้ม อีส้มที่มันบอกว่ารักเอนกนักนหา อีส้มที่บอกให้ช่วยพามันไปกรุงเทพหน่อย มันเกลียดวาริณ อีส้มที่บอกว่า การขโมยไม่ใช่เรื่องผิดมหันต์ เพราะเงินพวกมันก็เอามาจากภาษีพวกเรา อีส้มพาเอนกขึ้นรถทัวร์มาแบบไม่มีเงินสักบาท อีส้มที่หายไปกับใครสักคนที่หมอชิต อีส้มคนเดียวกับที่โทรมาบอกมันว่าสบายดีแล้วกำลังเป็นกระหรี่ที่พัฒพงศ์
 
เอนกนั่งมองผู้หญิงคนนั้นร้องเพลงอยู่อย่างนั้น เล่นแล้วและเล่นอีก เอนกไม่รู้ว่าเขาอิจฉาหรือซึ้งแทนเจ้าของบ้าน เขานึกไปถึงเพลงที่อีส้มร้อง ก่อนที่จะขึ้นรถทัวร์มา 
 
มันเป้นเพลงของพุ่มพวง 
 
ไม่เด่น ไม่ดัง จะไม่หันหลังกลับไป
 
เอนกกลืนน้ำลายอีก  
 
เขาแค่เกลียดความจน แต่เขามีหัวใจ
 
เขาคิดถึงความเคว้งคว้างและเจ็บแค้น เนื่องด้วยบาดแผลจากการลืมอีส้ม 
 
แต่อย่างน้อยเขาก็ลืมมันได้
 
เอนกปิดทีวี เครื่องเสียง แล้วรีบรุดไปค้นหาของมีค่า
 
เอนกเดินไปยังโต๊ะที่น่าจะเป้นโต๊ะทำงาน เค้ารื้อทุกอย่างบนโต๊ะ แฟ้ม เอกสาร จนมาถึงลิ้นชักข้างโต๊ะ
 
ในนั้นประกอบไปด้วยอัลบั้มรูปถ่ายหลายอัน เขาหยิบขึ้นมาดู
 
ภาพในนั้นเป้นบรรยากาศของงานศพ เอนกค่อยๆเปิดทีละหน้าๆ เขาเห็นเจ้าของบ้านยืนเศร้าและถือรูปผู้หญิงคนนั้นอยู่
 
คนเดียวกับที่เขานั่งดูอยู่เมื่อนาทีที่แล้ว
 
เอนกขนลุกด้วยความกลัว
 
เขามองซ้ายและขวาอย่างหวาดระแวง
 
ผู้หญิงคนนั้นตายแล้ว แต่เจ้าของบ้านยังฟังเสียงของเธออยู่ทุกวัน เพราะอะไร
 
เอนกรวบรวมสมาธิแล้วรีบขนของมีค่าทุกอย่างไปให้เร็วที่สุด
 
3 วันให้หลัง เอนกกลับมาบริเวณเดิมในตอนเช้า
 
เขารู้ว่ามันเสี่ยงแต่เขาจำเป้นต้องมา
 
เอนกเดินเข้าไปซื้อน้ำที่ร้านค้าใกล้ๆแล้วเอ่ยถามถึงบ้านหลังที่เขารุกล้ำ
 
"บ้านหลังนี้น่ะเหรอ เพิ่งโดนขโมยขึ้นเมื่อ 3 วันก่อนนี่เอง ป้ายังใจหายอยู่เลย ดีนะมันไม่มาขึ้นบ้านป้า"
 
ป้าเจ้าของร้านเล่าอย่างออกรส เอนกเพี่ยงดื่มน้ำและตั้งใจฟัง
 
"แต่ที่สำคัญนะ เจ้าของบ้านนี่นะ มันเป้นโรคจิต ชาวบ้านแถวนี้เขารือกันไปหมด เพราะพอตำรวจเข้าไปนะ มันไม่พูดถึงของในบ้านมันที่หายไปเลย มันถามหาแต่ซีดีมัน มันบอกตำรวจว่าเป้นซีดีของแฟนมันที่อัดให้มันก่อนตาย มันบอกว่ามันต้องเปิดทุกวัน ไม่งั้นมันไม่อยากทำอะไร ดูซิ่ มันโรคจิตแค่ไหน ตำรวจเขาก็ได้แต่บอกจะตามให้ๆ แต่เขาก็รู้กันทั้งประเทศนั้นแหละ ว่าไม่เคยจับใครได้หรอก ถ้าไม่ได้ออกหนังสือพิมพ์กับเขา เดี๋ยวนี้ป้าก้เลยไม่อยากสุงสิงด้วย คนอาไร้ ฟังเสียงผีอยู่ได้ทุกวัน"
 
เอนกเพียงฟังแต่ไม่ได้ออกความเห็นอะไร
 
เค้าเดินกลับออกแล้วยิ้ม
 
เพราะอย่างน้อยเค้าก้ช่วยขโมยอดีต
 
ให้ใครสักคนรู้จักปัจจุบันและรับรู้ความเป็นจริง
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

เป็นอย่างไรบ้างหนอนี่ คนบ้านนี้Hot!

#2 By ท้องฟ้า on 2012-06-06 22:56

สนุกจังครับ แต่สงสารคนในเรื่องจังที่ต้องฟังเสียงแฟนที่
ตายไปแล้วทุกวัน