Close your eyes. You will see

posted on 04 Sep 2009 00:40 by ramone

 

 

 

                  ผมนั่ง scroll mouse เล่นอยู่นาน

 

                  เพราะนั่งคิดถึงความคิดในแต่ละช่วงเวลาของผม เพราะมันค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เหมือนไม่ได้มีจุดยืนอะไรตายตัวเหมือนคนอื่นเขา

 

                   ผมเคยมองโลกด้วยความเหยียดหยันโดยไม่ได้ตั้งใจอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่บอกตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าเกลียดการเหยียดคนอื่นเป็นที่สุด แต่จนแล้วจนรอดก็กลายเป็นตัวเองที่หยามคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง

 

                   ผมเคยเหยียดผู้หญิงบางคนที่ไปไหนมาไหนกับพวกเสี่ยๆ แล้วเดินเฉิดฉายบนรองเท้าคู่ละหลายพัน แต่ตอนนี้ผมเข้าใจเธอ เพราะเงินทองไม่ใช่ใบไม้ และกระเป๋าหลุยส์เอาอย่างอื่นไปแลกไม่ได้ยกเว้น เงิน

 

                   ผมเคยรำคาญพวกกระเทยที่คอยกรีดเสียงร้องและเต้นแร้งเต้นกาทุกครั้งที่อยู่ในที่สาธารณะ แต่ตอนนี้ผมเข้าใจเธอ เพราะหากนั่นเป็นการแสดงตัวตนว่ายังมีเธออยู่ บนโลกที่นำหน้าเธอด้วย อี ทุกครั้งที่พูดถึง

 

                   และอีกหลายๆอย่างที่ผมเคยเกลียด

 

                    แต่เจนคติของคนมักจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆอยู่แล้ว โดยที่เรามักไม่รู้ตัว จนต้องกลับมานั่งทบทวนอีกครั้งจึงจะเข้าใจ

 

                     .................................................................................................

 

                   

บัตรทองสร้างสุข

posted on 22 Aug 2009 11:41 by ramone

=en&fs=1&"

 

        หนังโฆษณาบัตรทองครับ โครงการของ สปสช. เหนื่อยมากจริงๆครับ ทำกันเป็นเดือนเลย แต่ผลออกมาก็ค่อนข้างพอใจครับ ถ้ามีโอกาสก็อยากทำหนังเนี๊ยบๆออกมาอีก หวังว่าจะเจอรายการประกวดดีๆ และให้โอกาสวัยรุ่นแบบนี้อีกนะครับ

ปล่อยโคป่าว?

posted on 15 Aug 2009 22:14 by ramone

 

 

 

            ความเปลี่ยนแปลงในโคราชในช่วงปีที่ผ่านมา หากใครที่ค่อนข้างชอบสังสรรค์หน่อยจะรู้ว่า ตอนนี้โคโยตี้บุกเมืองเราแล้ว !!!

 

            ด้วยความที่ผมเป็นวัยรุ่นทั่วไป ก็ค่อนข้างที่จะออกไปดื่มไปกินตามภาษาอยู่เรื่อยเปื่อย ซึ่งเมื่อก่อนก็อาศัยไปเร็ว กินเร็ว เมาอ้วก เที่ยงคืนก็แบกกันกลับแทบไม่ไหว

 

             แต่ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป ทำให้concept รีบกินรีบเมาหายไป กลายเป็นกินเรื่อยๆ ร้านปิดก็เปิดกระเป๋าตังค์ดูสักหน่อย ถ้าเหลือพอที่จะไปต่อได้ ก็รวบรวมแรงกายกับแรงเงินถีบส่งตัวเองให้ไปถึงร้านโคโยตี้สักร้าน เฮฮาแซวสาวบน floorกันสนุกปาก พอพวกเธอลงมาก็กระซิบกระซาบกัน หัวเราะหัวใคร่ และจบลงทีเงินในกระเป๋าหายหมด พร้อมเสียงบ่นถึงน้องนู่นน้องนี่ที่เพิ่งขอdrinkแล้วกินยังกับไม่เคยกินมาก่อนเมื่อกี้

 

            และก็เหมือนเป็นวัฐจักร พอตื่นเช้ามาด้วยความเศร้าซึมของกลุ่มวัยรุ่น ก็จะบ่นเพ้อถึงเงินที่เสียไปและแกล้งสัญญากันว่าจะไม่ไปอีก ซึ่งเอาเข้าจริงก็มาอีหรอบเดิม ร้านเดิมปิด รวมเงิน สบตากัน ผยักหน้า แล้วก็มานั่งแซวเธออยู่ข้างfloorเหมือนเดิม

 

            และนี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ร้านประเภทนี้ผุดกันขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะยังมีกลุ่มวัยรุ่นประเภทนี้อยู่อีกหลายกลุ่ม ซึ่งพร้อมจะเข้าไปลุยได้ทุกเมื่อ หากกำลังทรัพย์และแรงกายพอที่จะไปถึงfloorของพวกเธอ ทำให้เท่าที่นับได้ตอนนี้ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ร้านเข้าไปแล้ว (จากที่ไม่มีมาก่อนเลย)

 

            ซึ่งผมก็เคยเกิดคำถามประเภทนี้อยู่บ่อยๆ ประมาณว่า เธออยากทำเหรอ ? มีความสุขไหม ? เธออายไหม ? แล้วจะมีใครจริงใจกับเธอหรือเปล่า ?

 

             และเมื่อผมตัดภาพรวมของคำว่าโคโยตี้ออก ก็พอจะรู้ว่า จริงๆแล้วเธอมาทำงาน เพียงแต่งานเธอคือเต้นและแก้ผ้า ซึ่งมันออกจะดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ในสายตาของคนอื่น แต่แล้วไงต่อ ในเมื่อเธอพอใจกับเงินที่ได้ ซึ่งมันมีอัตราค่อนข้างสูง และนั่นเป็นอาชีพสุจริต เพียงแต่อาจจะดูไร้เกียรติ และโดนดูถูกได้ง่ายๆหากเจอกันอีกทีที่ตลาดสด

 

             ผมเคยลองคิดเล่นๆดู หากผมเป็นเธอ ผมจะใช้ชีวิตหลังจากที่เต้นไม่ไหวแล้วยังไง

 

             คำตอบที่ได้คือ ผมคงจะไปอยู่ที่จังหวัดอื่น รวบรวมเงินที่เก็บไว้ได้มาเปิดร้านอะไรสักอย่าง ใช้ชีวิตแบบสบายๆ หากเจอคนที่รักก็คงศึกษาดูใจ หากเขารับได้ว่าเคยเป็นอะไรก็คงลงเอยกันด้วยดี และใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป

 

              เพราะอย่างน้อยก็น่าจะไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใคร

 

              ซึ่งมันอาจจะเป็นความคิดตื้นเขินของผมเอง เพราะเธออาจจะมีเป้าหมายอะไรที่โอเคกว่านี้ ซึ่งผมก็ยังคิดไม่ออกว่ามันคืออะไร

 

               ผมเชื่อว่าทุกอาชีพก็ต้องมีความลำบากอยู่ถ้วนทั่วกันหมดอยู่แล้ว

 

               แต่ผมไม่เคยมองเห็นมันจากดวงตาใสซื่อคู่นั้นเลย อาจเพราะความมืดและแสงไฟที่วิบวับจนต้องกระพริบตาบ่อย

 

               แต่ข้างในเธอคงเหนื่อยอ่อนไม่แพ้อาชีพอื่นๆเหมือนกัน

 

               ผมเข้าใจครับ

 

               เพราะเงินทองไม่ใช่ใบไม้