ความเปลี่ยนแปลงในโคราชในช่วงปีที่ผ่านมา หากใครที่ค่อนข้างชอบสังสรรค์หน่อยจะรู้ว่า ตอนนี้โคโยตี้บุกเมืองเราแล้ว !!!
ด้วยความที่ผมเป็นวัยรุ่นทั่วไป ก็ค่อนข้างที่จะออกไปดื่มไปกินตามภาษาอยู่เรื่อยเปื่อย ซึ่งเมื่อก่อนก็อาศัยไปเร็ว กินเร็ว เมาอ้วก เที่ยงคืนก็แบกกันกลับแทบไม่ไหว
แต่ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป ทำให้concept รีบกินรีบเมาหายไป กลายเป็นกินเรื่อยๆ ร้านปิดก็เปิดกระเป๋าตังค์ดูสักหน่อย ถ้าเหลือพอที่จะไปต่อได้ ก็รวบรวมแรงกายกับแรงเงินถีบส่งตัวเองให้ไปถึงร้านโคโยตี้สักร้าน เฮฮาแซวสาวบน floorกันสนุกปาก พอพวกเธอลงมาก็กระซิบกระซาบกัน หัวเราะหัวใคร่ และจบลงทีเงินในกระเป๋าหายหมด พร้อมเสียงบ่นถึงน้องนู่นน้องนี่ที่เพิ่งขอdrinkแล้วกินยังกับไม่เคยกินมาก่อนเมื่อกี้
และก็เหมือนเป็นวัฐจักร พอตื่นเช้ามาด้วยความเศร้าซึมของกลุ่มวัยรุ่น ก็จะบ่นเพ้อถึงเงินที่เสียไปและแกล้งสัญญากันว่าจะไม่ไปอีก ซึ่งเอาเข้าจริงก็มาอีหรอบเดิม ร้านเดิมปิด รวมเงิน สบตากัน ผยักหน้า แล้วก็มานั่งแซวเธออยู่ข้างfloorเหมือนเดิม
และนี่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ร้านประเภทนี้ผุดกันขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะยังมีกลุ่มวัยรุ่นประเภทนี้อยู่อีกหลายกลุ่ม ซึ่งพร้อมจะเข้าไปลุยได้ทุกเมื่อ หากกำลังทรัพย์และแรงกายพอที่จะไปถึงfloorของพวกเธอ ทำให้เท่าที่นับได้ตอนนี้ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ร้านเข้าไปแล้ว (จากที่ไม่มีมาก่อนเลย)
ซึ่งผมก็เคยเกิดคำถามประเภทนี้อยู่บ่อยๆ ประมาณว่า เธออยากทำเหรอ ? มีความสุขไหม ? เธออายไหม ? แล้วจะมีใครจริงใจกับเธอหรือเปล่า ?
และเมื่อผมตัดภาพรวมของคำว่าโคโยตี้ออก ก็พอจะรู้ว่า จริงๆแล้วเธอมาทำงาน เพียงแต่งานเธอคือเต้นและแก้ผ้า ซึ่งมันออกจะดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ในสายตาของคนอื่น แต่แล้วไงต่อ ในเมื่อเธอพอใจกับเงินที่ได้ ซึ่งมันมีอัตราค่อนข้างสูง และนั่นเป็นอาชีพสุจริต เพียงแต่อาจจะดูไร้เกียรติ และโดนดูถูกได้ง่ายๆหากเจอกันอีกทีที่ตลาดสด
ผมเคยลองคิดเล่นๆดู หากผมเป็นเธอ ผมจะใช้ชีวิตหลังจากที่เต้นไม่ไหวแล้วยังไง
คำตอบที่ได้คือ ผมคงจะไปอยู่ที่จังหวัดอื่น รวบรวมเงินที่เก็บไว้ได้มาเปิดร้านอะไรสักอย่าง ใช้ชีวิตแบบสบายๆ หากเจอคนที่รักก็คงศึกษาดูใจ หากเขารับได้ว่าเคยเป็นอะไรก็คงลงเอยกันด้วยดี และใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไป
เพราะอย่างน้อยก็น่าจะไม่มีใครรู้ว่าเราเป็นใคร
ซึ่งมันอาจจะเป็นความคิดตื้นเขินของผมเอง เพราะเธออาจจะมีเป้าหมายอะไรที่โอเคกว่านี้ ซึ่งผมก็ยังคิดไม่ออกว่ามันคืออะไร
ผมเชื่อว่าทุกอาชีพก็ต้องมีความลำบากอยู่ถ้วนทั่วกันหมดอยู่แล้ว
แต่ผมไม่เคยมองเห็นมันจากดวงตาใสซื่อคู่นั้นเลย อาจเพราะความมืดและแสงไฟที่วิบวับจนต้องกระพริบตาบ่อย
แต่ข้างในเธอคงเหนื่อยอ่อนไม่แพ้อาชีพอื่นๆเหมือนกัน
ผมเข้าใจครับ
เพราะเงินทองไม่ใช่ใบไม้